นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า มหันตภัยดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต
และจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ที่เมือง Pasadena รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้มีการแข่งขันเพื่อป้องกันเหตุร้ายนี้
ในปี 2541 ภาพยนตร์เรื่อง Armageddon
แสดงให้ชาวโลกรู้สึกแล้วว่า ภัยร้ายจากการที่โลกอาจจะถูกดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้าชนนั้นเป็นอย่างไร
นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า กุญแจสำคัญที่จะช่วยกู้โลกจากมหันตภัยจากการที่
ดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้าชนได้ ก็คือการเฝ้าระวัง
และติดตามดูวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย ดวงที่มีชื่อว่า อะโพฟิส ซึ่งเป็นชื่อของเทพแห่งการทำลายล้างตามตำนานเทพของอียิปต์
คาดการณ์กันว่าอีก 21 ปี ข้างหน้า ดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส
จะโคจรเข้ามาใกล้โลกในระยะห่างเพียง 3 หมื่นกิโลเมตร
ซึ่งเป็นระยะที่ใกล้กว่าวงโคจรของดาวเทียมเสียอีก
และมีโอกาสน้อยมากที่แรงดึงดูดของโลกจะสามารถเปลี่ยนเส้นทางโคจรของดาวดวงนี้ไปได้
จึงคาดกันว่า ในที่สุดดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส จะพุ่งเข้าชนโลกในปี 2579 หรือในอีก
28 ปีข้างหน้านี่เอง
The Planetary Society หรือ สมาคมดาวเคราะห์ จึงจัดการแข่งขันเพื่อเปิดรับข้อเสนอในการหาวิธีติดตามดาวดวงนี้
จาก 20 ประเทศ และมีการเสนอเข้ามามากถึง 37 วิธี และ ผู้ชนะที่ได้รับรางวัล 2
หมื่น 5 พันเหรียญสหรัฐ ก็คือ บริษัทกลุ่มวิศวกรรมอวกาศ จากนครแอตแลนต้า
รัฐจอร์เจีย และบริษัทในแคลิฟอร์เนียที่มีชื่อว่า สเปซเดฟ แนวคิดในการทำงานของกลุ่มนี้ก็คือ
การยิงดาวเทียมเล็กๆ ให้เข้าไปอยู่ในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยอะโพฟิส ซึ่งจะทำให้สามารถใช้แสงเลเซอร์ติดตาม
และ ส่งคลื่นวิทยุกลับมายังโลก เพื่อให้วิเคราะห์วงโคจรของดาวดวงนี้อย่างแม่นยำ ดาวเทียมนี้จะมีอุปกรณ์แค่
2 อย่าง กับเครื่องนำทางสัญญาณวิทยุเท่านั้น จึงทำให้ปฎิบัติการนี้มีมูลค่าแค่ 140
ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับว่าไม่แพงเลย ขณะที่ทีมนานาชาติจากยุโรป ได้รางวัลที่ 2
และ ที่ 3 ไป
นอกจากนี้ กลุ่มนักศึกษายังได้เข้าแข่งขันด้วย
โดยทีมจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ได้รับรางวัล 5 พันเหรียญสหรัฐ
จากการแข่งขันประเภทนักศึกษา นักศึกษากลุ่มนี้ออกแบบดาวเทียมติดตามดาวเคราะห์น้อย
ที่มีอุปกรณ์ 4 อย่าง และยังสามารถยิงเครื่องมือตรวจสอบลงไปบนดาวดวงนี้ได้อีกด้วย ส่วนทีมนักศึกษาที่ได้รางวัลรองลงมา
ก็มาจากประเทศออสเตรเลีย รัฐมิชิแกน ของสหรัฐ และ ฮ่องกง
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เมื่อ 65 ล้านปีก่อน
ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ได้พุ่งเข้าชนโลก และเป็นสาเหตุให้ไดโนเสาร์สูญพันธ์
และเมื่อร้อยปีก่อน ก็มีอุกกาบาตมาตกที่ป่าใน
ไซบีเรีย จนทำให้เกิดเป็นที่ราบขนาดใหญ่กว่า 2000
ตารางกิโลเมตร คุณบรูซ เบตต์ส์
ผู้อำนวยการโครงการของสมาคมดาวเคราะห์บอกว่า
ถ้าเราสามารถทราบวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยได้อย่างแม่นยำ เราอาจจะมีวิธีเบี่ยงเบนวงโคจรไปได้
โดยไม่ต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์
คุณบรูซ เนตต์ส์ บอกว่า มีเครื่องมือที่สามารถเบี่ยงเบนวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย
ที่มีชื่อว่า เครื่องเบี่ยงเบนแรงดึงดูด โดยใช้แรงดึงดูดจากยานอวกาศ
ค่อยๆเบนวงโคจรของดาวดวงนี้ไป แต่ถ้าไม่ทราบวงโคจรแน่ชัด วิธีเดียวที่จะทำได้
ก็คือการยิงจรวดนิวเคลียร์ ซึ่งยังคงอันตราย เพราะไม่อาจทราบได้เลยว่า
ดาวจะแตกออกเป็นกี่เสี่ยงกันแน่
สมาคมดาวเคราะห์จะยื่นข้อเสนอนี้ไปให้องค์การนาซ่า ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอวกาศของสหรัฐ
และหน่วยงานคล้ายกันนี้ของยุโรปด้วย แต่คุณบรูซ เน็ตต์ส์ ก็บอกว่า ทุกวันนี้
หน่วยงานเหล่านี้ ยังไม่ได้วางแผน และ ยังไม่มีท่าทีที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อติดตามวงโคจรของดาวอันตรายที่กำลังจะเข้ามาใกล้โลกของเรานี้เลย