การเติบโตอย่างรวดเร็วของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ อัตราการฆ่าตัวตายของชาวเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง
โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว
จากเคยเป็นประเทศที่ยากจนข้นแค้นเพราะภัยสงคราม
เกาหลีใต้ใช้เวลา เพียงไม่กี่ทศวรรษในการพัฒนาจนกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่
13 ของโลกในปัจจุบัน แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วก็มีผลลบเช่นกัน เพราะเวลานี้ อัตราการฆ่าตัวตายของชาวเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง
โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว
ตามชานชาลารอรถไฟใต้ดินหลายแห่งในกรุงโซลจะมีประตู กระจกที่เปิดปิดเฉพาะเวลาที่ผู้โดยสารเดินเข้าและออกจากรถไฟเท่านั้น
ประตูเหล่านั้นมีไว้เพื่อความปลอดภัยและเพื่อป้องกันไม่ให้คนคิดสั้นใช้รถไฟใต้ดินเป็น
หนทางนำไปสู่ความตาย เมื่อปีที่แล้ว มีชาวเกาหลีใต้ 23 คนที่พยายามฆ่าตัวตาย ด้วยการพุ่งตัดหน้ารถไฟใต้ดิน
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น 5 คน ปัจจุบัน
การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเกาหลีใต้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4
ตัวเลขในรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า เมื่อปี 2004
อัตราการ ฆ่าตัวตายในเกาหลีใต้อยู่ที่ระดับเกือบ 24 คนใน 100,000 คน เพิ่มขึ้นจากตัวเลข
เมื่อปี 1985 หรือเกือบ 20 ปีก่อนกว่าเท่าตัว
ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่สูงมากเมื่อเทียบ กับประเทศพัฒนาแล้วประเทศอื่นๆ
และอยู่ในระดับที่พอๆกันกับประเทศญี่ปุ่น
นายแพทย์ Hong Kang eui จิตแพทย์และประธานสมาคมป้องกันการกระทำ
อัตวินิบาตกรรมเกาหลี
กล่าวว่าจำนวนคนฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับเป็นเรื่อง ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเกาหลีใต้
และว่าสาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวเกาหลีเปลี่ยนแปลงไป
จิตแพทย์ Hong บอกว่า
คุณค่าและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เคยเป็นส่วนที่แข็งแกร่ง ของสังคมเกาหลีกลับมีบางอย่างขาดหายไป
ในขณะที่วัตถุนิยมและการชื่นชมใน ความสำเร็จที่มากเกินพอดีกลับเข้ามาครอบงำแทน
โดยจิตแพทย์ผู้นี้ชี้ว่าส่วนที่แปร เปลี่ยนไปมากที่สุดคือโครงสร้างของครอบครัว คือจากที่เคยอยู่กันแบบรวมญาติ
หลายรุ่นในบ้านเดียว มีอะไรก็คอยช่วยเหลือจุนเจือกัน แต่พอหลังจากที่เศรษฐกิจ เติบโต
ครอบครัวชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นครอบครัวขนาดเล็ก มีสมาชิกไม่เกิน 3-4
คน และแต่ละคนต้องช่วยเหลือตัวเอง สังคมเกาหลีสมัยใหม่ จึงค่อนข้างเป็นปัจเจกนิยม
รายงานของรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า
ปัจจุบันการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ผู้ชายเกาหลีใต้อายุระหว่าง 18-35
ปีเสียชีวิตมากที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับ 2 ที่ทำให้วัยรุ่นหนุ่มสาวเสียชีวิต
ในมหาวิทยาลัย Jang An ในกรุงโซล นักศึกษา หลายคนตระหนักดีว่าการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาสำคัญของวัยรุ่นเกาหลีใต้ในปัจจุบัน
นักศึกษาผู้นี้บอกว่ามีความกดดันและการแข่งขันอย่างสูงในการเรียนที่มหาวิทยาลัย
ทำให้นักศึกษาหลายคนรู้สึกสิ้นหวังและไร้ที่พึ่งพิง ในขณะที่นักศึกษาอีกคนเชื่อว่า
การที่คนรุ่นใหม่หมกมุ่นกับคอมพิวเตอร์มากเกินไป จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับคน รอบข้างและไม่สามารถระบายความในใจให้ใครรู้
ก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการกระทำ อัตวินิบาตกรรมได้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตบางคนคิดว่า
ระบบที่รองรับและการเยียวยารักษา ผู้มีปัญหาทางจิตในเกาหลีใต้นั้นยังไม่ดีพอ
ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ป่วยทางจิตเหล่านั้น จะหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย
นอกจากนี้ สังคมเกาหลีใต้ยังไม่ให้การยอมรับ ผู้ที่เข้ารับการบำบัดทางจิตดังเช่นประเทศอื่นๆ
ผู้ป่วยเหล่านั้นจึงเสมือนมีตราบาป ทางสังคม
เหตุผลข้อนี้ทำให้คนจำนวนมากไม่กล้าเข้าปรึกษาจิตแพทย์เมื่อมีปัญหา
บางคนจึงใช้วิธีหาเพื่อนทางอินเตอร์เนตที่มีความรู้สึกสิ้นหวังคล้ายๆกัน
ซึ่งบางครั้ง อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายรวมหมู่ที่เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วในเกาหลีใต้
จิตแพทย์ Hong Kang eui บอกว่า
วัยรุ่นที่คิดสั้นจะพูดคุยกันทางอินเตอร์เนต
และอาจนัดเจอกันเพื่อกระทำการฆ่าตัวตายแบบหมู่ เพราะบางทีคนเดียวอาจไม่กล้าทำ
แต่ถ้ามีคนร่วมด้วยอีกคนหรือ 2 คน การฆ่าตัวตายหมู่ก็อาจเกิดขึ้นได้
เว็บไซต์บางเว็บไซต์ถึงกับเสนอวิธีการและอุปกรณ์ในการกระทำอัตวินิบาตกรรมดังกล่าว
ซึ่งทางสมาคมป้องกันการกระทำอัตวินิบาตกรรมเกาหลีใต้ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะปิดเว็บไซต์เหล่านี้
คุณหมอ Hong ระบุว่าเฉพาะปีที่แล้วมีการปิดเว็บไซต์ที่สนับสนุน การฆ่าตัวตายไปแล้วเกือบ
500 เว็บไซต์