ชาวมุสลิมในบางประเทศเริ่มถือบวชกันวันจันทร์นี้ ที่วันเริ่มการถือบวชสำหรับเดือนรามาดาน
ต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับว่า เริ่มเห็นเดือนขึ้นกันเมื่อไหร่
ตลอดทั้งเดือนนี้ ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก
ชาวมุสลิมจะละเว้นจากการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ แม้กระทั่งการสูบบุหรี่
และการมีเพศสัมพันธ์
แต่เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน จะมีการรับประทานอาหาร
ซึ่งเรียกกันว่า “อิฟทาร์” (Iftaar)
ประเพณีทางศาสนานี้ ชาวมุสลิมในอเมริกาประพฤติปฏิบัติเป็นประจำ
ประมาณกันว่า มีชาวมุสลิมในอเมริกา ระหว่าง 6 ถึง 8 ล้านคน
ส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพไปจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่ก็มีไม่น้อยที่เกิดในอเมริกา
และหันมานับถือศาสนาอิสลาม
และเดือนรามาดานเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมในอเมริกาก็ถือศีลอดเหมือนกับชาวมุสลิมทั่วโลก
คุณ อมีน่า ทัมบุช ซึ่งอพยพมาจากประเทศเซเนกัล
บอกว่าคิดถึงพี่น้องครอบครัวในช่วงเดือนรามาดาน
เธอบอกว่า ในแง่การถือปฏิบัติทางศาสนาแล้ว
ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่ที่ขาดหายไป คือการมีพี่น้องครอบครัวห้อมล้อม
ที่อเมริกานี่ ต้องไปทำงาน กว่าจะเลิกงานก็เย็นค่ำ ทำให้ไม่สะดวกที่จะพบปะกัน
แต่ก็พยายามหาเวลานัดพบเพื่อน จะได้สวดมนต์ และรับประทานอาหารร่วมกันได้
อิหม่าม อับดุลลา คูชที่ศูนย์อิสลามในกรุงวอชิงตันบอกว่า
ชาวมุสลิมจากทั่วโลกที่อพยพไปอยู่ในอเมริกา ทำให้การถือศีลอดมีสีสันเป็นพิเศษ
ดูได้จากธงชาติต่างๆ ที่ตั้งไว้
และผู้ที่ไปร่วมสวดมนต์และรับประทานอาหารหลังตะวันตกดิน
จะร่วมรับประทานอาหารที่โต๊ะเดียวกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ
รวมทั้งเรื่องศาสนาอิสลาม
อิหม่ามคูชบอกว่า
ยังถือโอกาสนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามแก่คนอเมริกันทั่วไปด้วย และวิธีหนึ่งคือการเชิญผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามให้ร่วมรับประทานอาหารหลังตะวันตกดิน
นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีจอร์ช บุช
กล่าวต้อนรับเดือนรามาดานเป็นประจำมาทุกปี ยังช่วยให้คนอเมริกันทั่วไป
ตระหนักถึงความสำคัญของศาสนาอิสลาม และเป็นการส่งเสริมแนวความคิดที่ว่า
ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ใฝ่สันติด้วย
แต่มีชาวมุสลิมส่วนหนึ่งที่พบว่าการถือศีลอดในอเมริกา
เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก
โมฮัมหมัด ทาเฟช นักเรียนชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์
อธิบายว่า สำหรับเด็กๆนั้น การถือศีลอด ไม่ง่ายเลย เพราะต้องไปโรงเรียน และก็ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ
รวมทั้งเล่นกีฬา แต่พอถึงเวลาอาหารกลางวัน เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ
รับประทานอาหารกัน แต่นักเรียนชาวมุสลิมรับประทานไม่ได้ เพราะถือศีลอด
และต้องอดใจรอกันจนกว่าตะวันจะตกดิน