ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ลำแม่น้ำโขงช่วงจากลาวถึงเวียดนามมีปลาบึก หรือปลาโลมาน้ำจืดอาศัยอยู่หลายพันตัว
ก่อนที่การสู้รบและการจับปลามากเกินไปเป็นเวลานานกว่าสามสิบปีเกือบจะทำให้ปลาบึก หมดสิ้นไป
หลายปีที่ผ่านมา
มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยคุ้มครองปลาบึก การศึกษาวิจัยของกองทุนสัตว์ป่าโลกเมื่อเร็วๆ
นี้พบว่ามีปลาบึกเหลืออยู่เพียง 71 ตัวในช่วงสั้น ๆ ของแม่น้ำโขงจากภาคใต้ของลาวถึงภาคเหนือของกัมพูชาทื่จัดเป็นเขตท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จึงเป็นที่วิตกกันว่า โครงการนี้จะช่วยอนุรักษ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่นี้ไว้ได้หรือไม่
ที่หมู่บ้านซัมบอร์
ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางภาคเหนือของกัมพูชา
ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่เป็นแหล่งผสมพันธุ์ปลาบึกแห่งสำคัญแห่งหนึ่ง
มีนักท่องเที่ยวอาสาไปอยู่และทำงานอยู่เสมอ
นักท่องเที่ยวอาสาเหล่านั้นพยายามที่จะช่วยคุ้มครองแหล่งที่อยู่อาศัยของโดยธรรมชาติ
ของปลาบึกหรือปลาโลมาน้ำจืดที่รู้จักกันในประเทศตะวันตกในชื่อ
ปลาโลมาอิรวดีแม่น้ำโขง (Mekong Irrawaddy Dolphin) ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ยากจนมากในบริเวณนั้นด้วย
กลุ่มพัฒนาชนบทของกัมพูชากำลังทำงานพัฒนาการเกษตรในบริเวณนั้น
รวมทั้งการเพาะปลูกและทำฟาร์มสัตว์น้ำ และปรับปรุงระบบสุขาภิบาล
นักท่องเที่ยวอาสาก็ช่วยในโครงกาพัฒนาชุมชน อย่าง ขุดบ่อน้ำ
สร้างห้องน้ำห้องส้วม
และที่สำคัญคือการอนุรักษ์ปลาบึกที่เกรงว่าจะสูญพันธุ์
โดยจัดหาทางเลือกอื่นให้แกชาวบ้านชาวประมงท้องถิ่นในการทำมาหาเลี้ยงชีพจากการท่องเที่ยว
และมีการห้ามการจับปลาโดยการใช้แหอวนและการระเบิด
และให้ความรู้แก่ชาวบ้านให้เห็นคุณค่าของปลาบึกในฐานะที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม
แม้จำนวนปลาบึกจะเพิ่มขึ้นบ้างในหลายเดือนหลังจากเริ่มโครงการ
แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการนี้จะมีผลยั่งยืนมากน้อยแค่ไหนเพียงใดในการอนุรักษ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่นี้
นอกจากนั้น
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มีโรคลึกลับอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกปลาบึกตายไป
และเป็นผลเสียหายต่อโครงการต่างๆ ที่กำลังได้ผลดี บางคนโทษว่าเป็นเพราะสารเคมีจากเหมืองทองในบริเวณใกล้ ๆ
และเกรงว่าโรคประหลาดนี้อาจจะทำให้ปลาหมึกสูญพันธุ์ในอีกไม่ช้า
แต่อย่างน้อยโครงการเหล่านี้
ก็ยังเป็นประโยชน์ในการช่วยปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านยากจน
และทำให้นักท่องเที่ยวที่อาสามาช่วยงานได้มาเห็นและเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านและได้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป