รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขจากประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวม 11 ประเทศและองค์การอนามัยโลก
ประชุมที่กรุงนิวเดลีนครหลวงของอินเดียเป็นเวลา 4 วัน
การประชุมซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันจันทร์เพื่อหาแนวทางรับมือปัญหาที่ท้าทายต่อสุขภาพของคน
ในภูมิภาคนี้ เช่น ปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศต่อสุขภาพของมนุษย์
เจ้าหน้าที่จากองค์การอนามัยโลก
กล่าวว่า
อุทกภัยหลายครั้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อไม่นานมานี้ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า
3 ล้านคนในอินเดียและเนปาล ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า
ภัยธรรมชาติเริ่มนำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงด้านสุขภาพมาสู่ชุมชน
อุทกภัยทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บหลายชนิด เช่น
อหิวาตกโรค และโรคปอดอักเสบ มากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ว่าภูมิภาคนี้จะต้องเพิ่มการสาธารณสุขขั้นมูลฐานเพื่อช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายจากภัยพิบัติ
คุณมากาเร็ต บอกว่า
คนยากจนคือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากมากที่สุด
ดังนั้นการสาธารณสุขขั้นมูลฐานที่เข้าถึงคนยากจนจึงเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดเมื่อมีปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่เกิดจากสภาพอากาศที่รุนแรง
ในการประชุมครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมยังได้อภิปรายถึงแนวทางที่จะควบคุมการใช้ยาสูบ
ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนกว่า 1 ล้านคนในภูมิภาคนี้
ส่วนการลดอัตราการเสียชีวิตของแม่และทารกก็ยังคงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ท้าทาย โดยเฉพาะในอินเดีย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย
เนปาลและพม่า ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตของแม่และทารกรวมกันเกือบ 1 ใน 3
ของอัตราการเสียชีวิตจากทั่วโลก
ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพยังต้องการให้พัฒนายุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะ
เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก และสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส
ซึ่งกลับมาแพร่ระบาดอีกในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมก็เตือนว่าไม่ควรจำกัดความสนใจไปกับการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากแมลงเพียงอย่างเดียว
เรื่องนี้ คุณอันบูมานี รามาดอสส์ รัฐมนตรีสาธารณสุขอินเดีย กล่าวว่า
ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นของประเทศในเอเชียทำให้เกิดโรคที่มาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเพิ่มขึ้นด้วย
คุณรามาดอส กล่าวว่า
โรคภัยไข้เจ็บที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมๆ กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของเอเชีย เช่น
โรคเส้นโลหิตไปเลี้ยงหัวใจตีบ โรคมะเร็ง
โรคเบาหวาน และโรคเส้นโลหิตในสมองอุดตัน
ปัจจัยเสี่ยงโดยทั่วไปที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ คือ
การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์ ขาดการออกกำลังกาย และทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
โรคเหล่านี้มีค่ารักษาพยาบาลแพง
ดังนั้นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมที่ทุกประเทศควรนำมาใช้
เจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมยังได้กล่าวย้ำให้ภูมิภาคนี้ส่งเสริมระบบสาธารณสุขที่สามารถเข้าถึง
ได้เพราะประชาชนจำนวนมากยังมีฐานะยากจนอยู่