รายงานของสหประชาชาติฉบับหนึ่งพยากรณ์ว่า เศรษฐกิจและการค้าทางเอเชียจะขยายตัวต่อไปใหม่ในปีหน้า
แต่นักเศรษฐศาสตร์ของสหประชาชาติ แนะนำให้บรรดารัฐบาลของประเทศทางเอเชียค้าขายกันภายในเอเชียให้มากขึ้น
และลดการพึ่งตลาดอย่างเช่นสหรัฐและยุโรปลง
รายงานของคณะกรรมการเศรษฐกิจ และสังคมสำหรับเอเชีย
และแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นเอสแคป กล่าวว่า ทางเอเชียจำเป็นจะต้องหันไปเพ่งเรื่องเพิ่มการค้าระหว่างกัน
ภายในเอเชียใหม่ในฐานะเป็นกลยุทธ์สำหรับทำให้เศรษฐกิจของเอเชียขยายตัว
รายงานฉบับนั้น แนะนำให้เอเชียลดการพึ่งพาการส่งออกไปสู่ตลาดโลกอย่างมากนั้นลง
ในรอบห้าสิบปีที่ผ่านมา การส่งสินค้าไปจำหน่ายยังประเทศที่เศรษฐกิจเจริญ อย่างเช่นยุโรปและสหรัฐนั้นเป็นแรงขับดันให้เศรษฐกิจของประเทศทางเอเชียขยายตัว
แต่นักเศรษฐศาสตร์ของสหประชาชาติกล่าวว่า ถึงเวลาที่ประเทศทางเอเชียจะต้องเพิ่มการค้าระหว่างกันและกัน
และเพิ่มการบริโภคภายในประเทศแล้ว มีการนำรายงานข้างต้นออกเผยแพร่
ขณะที่เศรษฐกิจทางเอเชียส่อท่าทีว่าฟื้นตัวแล้ว
หลังจากปริมาณการค้าลดลงอย่างฮวบฮาบในช่วงปีที่แล้ว
อันเป็นผลเนื่องมาจากวิกฤติการณ์การเงินโลก
นักเศรษฐศาสตร์ ราวี รัตนายาเก ผู้อำนวยการของ
ยูเอ็นเอสแคป กล่าวไว้ตอนนี้ว่า "ในปีหน้า ลู่ทางนับว่าแจ่มใสมาก สำหรับเอเชีย
อันที่จริงแล้ว ผลผลิตมวลรวมของชาติ และการส่งออกของประเทศส่วนมากในเอเชียส่อท่าทีว่าจะดีขึ้น
เราพยากรณ์ว่า การส่งออกทั่วเอเชียจะเพิ่มขึ้น 6.3
เปอร์เซ็นต์ในขณะที่การส่งออกของประเทศ อย่างเช่นจีนจะมีอัตราที่สูงยิ่งกว่านั้นเสียอีก
รายงานเน้นให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยว่า จีนมีบทบาทในเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยปริมาณการค้าระหว่างจีนและประเทศทางเอเชียเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว ในช่วงสิบปีที่แล้ว
แต่รายงานเตือนด้วยว่าวิกฤติการณ์การเงินโลก ยังมิได้หมดสิ้นลงไปโดยสมบูรณ์ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจของจีนและอินเดียขยายตัวอย่างแข็งขันก็ตาม
รายงานเตือนว่า ตลาดการเงินยังขึ้นๆ ลงๆ อยู่และภาวะงบประมาณขาดดุลย์และการมีเงินตราต่างประเทศสำรองจำนวนมากเกินไป
ยังเป็นเรื่องที่มีอยู่ต่อไปในหลายประเทศ นอกจากนี้ รายงานแสดงความห่วงใย เกี่ยวกับเรื่องพลังที่ขับดันการขยายตัวหลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆ
ค่อยๆ ยุติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจลงเป็นขั้นๆในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
รายงานระบุว่า ลู่ทางที่นักลงทุนต่างชาติจะมาลงทุนโดยตรงในเอเชียนั้น
แจ่มใสโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของประเทศไทยและเวียดนาม แต่รายงานเตือนว่าการที่การค้าซบเซา
ในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้คนว่างงานเป็นจำนวนมากมายมหาศาล และเพิ่มจำนวนผู้ที่มีฐานะยากจน
ส่วนนาย ราวี รัตนายาเก ผู้อำนวยการของ
ยูเอ็นเอสแคป กล่าวว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆ จะต้องธำรงรักษาการค้าเสรีไว้ต่อไป และลดอัตราภาษีศุลกากรลง
เพื่อช่วยให้ประชาชนนับล้านๆ คนหลุดพ้นจากภาวะยากจน
สหประชาชาติกล่าวว่า รัฐบาลของประเทศต่างๆ ควรมีบทบาทในด้านการทำให้มั่นใจได้ว่าการขยายตัวจะสมดุลย์กัน