องค์การอนามัยโลก และกองทุนเด็กขององค์การสหประชาชาติ
เริ่มการรณรงค์เนื่องในโอกาสวันปอดบวมหรือปอดอักเสบโลกเป็นครั้งแรก
ทั้งสององค์กรนี้ เชื่อว่า วิธีต่อต้านโรคร้ายที่ว่านี้ในหมู่ผู้เยาว์ที่ได้ผลดีที่สุด
คือโภชนาการที่ดีขึ้นและวัคซีน ซึ่งจะช่วยชีวิตเด็กนับล้านคน ได้จากโรคที่กล่าวได้ว่าทำให้เด็กเสียชีวิตมากที่สุดในขณะนี้
สถิติขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ในแต่ละปี
มีเด็กในวัยต่ำกว่า 5 ขวบเกือบสองล้านคนที่เสียชีวิตเพราะโรคปอดอักเสบ
หน่วยงานของสหประชาชาติรายงานว่า หนึ่งในสี่ของเด็กในวัยนี้
เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบ ซึ่งมากกว่าเด็กที่เสียชีวิตด้วยเชื้อไวรัส HIV ที่ทำให้เป็นโรคเอดส์ ไข้จับสั่นหรือมาเลเรียและโรคหัดรวมกัน และ 98%
ของเด็กที่เสียชีวิตอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา 68 ประเทศ
แต่องค์การอนามัยโลกและกองทุนเด็กกล่าวว่า เรามีวิธีและเครื่องมือที่จะป้องกันโรคนี้ได้
Anne Golaz ที่ปรึกษาทางด้านสุขภาพของยูนิเซฟ
(UNICEF) กล่าวว่า การให้โภชนาการที่เพียงพอ
โดยเฉพาะการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคนี้
เจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟผู้นี้ กล่าวว่า
เด็กที่ได้รับโภชนาการไม่พอ และไม่ได้รับน้ำนมในช่วง 6 เดือนแรกหลักการเกิด มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคปอดอักเสบ และโรคอื่นๆ
การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ส่งเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้กับเด็กเกิดใหม่
เพราะฉะนั้น จึงควรสนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในช่วงหกเดือนแรก
นายแพทย์ Shamim Qazi ผู้เชี่ยชาญโรคปอดอักเสบขององค์การอนามัยโลก
เสริมว่า ถ้าหลังจากนั้น เด็กล้มป่วยลงด้วยโรคนี้
ก็สามารถบำบัดรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และวิธีการที่ใช้ได้ในระดับชุมชน
ที่ศูนย์อนามัย หรือที่โรงพยาบาล โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอดอักเสบขององค์การอนามัยโลกผู้นี้
กล่าวไว้ด้วยว่า แผนปฏิบัติการทั่วโลก หรือ Global Action Plan ขององค์การมุ่งจะขยายการให้วัคซีนออกไปให้ได้ถึง 90% ของวัคซีนที่จำเป็นต้องใช้
องค์การอนามัยโลกประมาณว่า จะต้องใช้เงินราวๆ 3 หมื่น 9 พันล้านดอลล่าร์ ในช่วง 6 ปีข้างหน้าเพื่อดำเนินการตามแผนใน 68 ประเทศกำลังพัฒนา
และว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มากเลย
เมื่อคำนึงถึงว่าจะลดจำนวนเด็กที่เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบได้มากถึง 65% ในเวลา 6 ปีข้างหน้า