ในการเจรจาหารือ เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่นครบาเซโลนาเมื่อเร็วๆ
นี้ องค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศองค์การหนึ่งกล่าวว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ
อันเนื่องมาจากการที่แอฟริกาสูญเสียพื้นที่ลุ่มน้ำไปอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเรื่องน่าตกใจ
จนถึงขณะนี้ การถกอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเพ่งไปที่เรื่องการจำกัดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
จากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ชาติอุตสาหกรรมที่เจริญแล้วปล่อยออกมา
ขณะนี้
รายงานฉบับใหม่ของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ Wetlands
International หรือกลุ่มพื้นที่ลุ่มน้ำระหว่างประเทศระบุว่า แอฟริกาเองก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศอย่างเป็นกอบเป็นกำเช่นกัน
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดังกล่าวภาคอุตสาหกรรมในแอฟริกามิได้เป็นผู้ปล่อยออกมา
แต่เป็นผลเนื่องมาจากการที่แอฟริกาสูญเสียพื้นที่ลุ่มน้ำไปนั่นเอง คุณอเลกซ์ คาร์ล
ผู้จัดการฝ่ายการสนับสนุน และการติดต่อสื่อสารของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Wetlands
International กล่าวว่า การสูญเสียพื้นที่ลุ่มน้ำในแอฟริกาเป็นแนวโน้มใหม่ที่น่าตกใจ
เขากล่าวไว้ตอนนี้ว่า "การสูญเสียพื้นที่ลุ่มน้ำ
ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมากมาย เรียกได้ว่าเท่ากับร้อยละ 25
ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในย่านซับสะฮาราทางแอฟริกา
ซึ่งอยู่นอกเขตแอฟริกาใต้เลยก็ว่าได้
นั่นหมายถึงว่ามีพื้นที่ลุ่มน้ำหลายแห่งที่กำลังอันตรธานไปในแอฟริกา
แน่นอนเรื่องนี้น่าตกใจอยู่แล้ว แต่แน่ละ
ขณะนี้เรื่องนั้นกำลังเกิดผลกระทบอย่างมากมาย ในเรื่องปริมาณของคาร์บอนที่อยู่ในบรรยากาศ" พื้นที่ลุ่มน้ำนั้นมีคาร์บอนอินทรีย์สะสมอยู่มานานนับพันๆ
ปี แต่พื้นที่ลุ่มน้ำโดนนำมาใช้ทำการเกษตรและมีการตัดไม้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
คาร์บอนที่สะสมอยู่ตามพื้นที่ลุ่มน้ำเหล่านั้น จึงทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
อันเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
รายงานระบุว่า พื้นที่ถ่านหินเลนในอูกานดาและพื้นที่ลุ่มน้ำในโมซัมบิก
กินีและมาลาวีกำลังตกอยู่ในอันตรายว่าจะหายสูญไป และว่าการที่พื้นที่ถ่านหินเลนในอูกานดา
กำลังสูญหายไปเรื่อยๆทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ออกมามากมายที่สุด รองจากไอซแลนด์
คุณอเล็กซ์ คาร์ล แห่งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
Wetlands
International กล่าวว่าการป้องกันการสูญเสียพื้นที่ลุ่มน้ำและก๊าซคาร์บอนที่สะสมอยู่ตามบริเวณเหล่านั้น
เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถเรื่องหนึ่ง แต่ก็มีวิสัยที่จะป้องกันเรื่องนั้นได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำเมื่อเปรียบเทียบกันดูแล้ว
สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือกลไกที่คล้ายคลึง กับกลไกสำหรับหยุดยั้งคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมาในบริเวณที่เป็นป่าดง
แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก รู้สึกกังวลใจว่าระหว่างการประชุมเจรจาเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
ที่สหประชาชาติจัดขึ้น ณ กรุงโคเปนเฮเก้นในเดือนธันวาคมปีนี้
ที่ประชุมจะมองข้ามเรื่องก๊าซคาร์บอน ที่ปล่อยออกมาจากบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำ
สำหรับคุณอเล็กซ์
คาร์ลแห่งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Wetlands Internationalแล้วประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่จะต้องรีบแก้ไขโดยด่วน และว่าถ้าการประชุมเจรจา
ณ กรุงโคเปนเฮเก้นจะเพ่งความสนใจไปที่เรื่องการป้องกันก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเดียวก็จะเป็นเรื่องแปลกมากทีเดียว