ในขณะที่สินค้าส่วนใหญ่ ที่ขายในสหรัฐปัจจุบันทำในประเทศจีน
จีนกลับเป็นเจ้าหน้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐจากการถือพันธบัตรรัฐบาล ในรูปของเงินดอลลล่าร์จำนวนมาก
และการที่จีนมีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ทำให้จีนอยู่ในฐานะที่จะตำหนิสหรัฐ ในเรื่องการขาดดุลย์งบประมาณ และเสถียรภาพของเงินดอลลาร์
ซึ่งนับเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
และมีนักวิเคราะห์บางคนให้ความเห็นว่า สหรัฐสงวนท่าที ไม่ตำหนิจีนในเรื่องสำคัญๆ
เช่นสิทธิมนุษยชน เพราะไม่ต้องการสร้างความขุ่นเคืองใจ
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางคนก็มองว่า รัฐบาลสหรัฐพยายามพูดเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนของจีนให้น้อยลง เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงานร่วมกันมากขึ้นในประเด็นระดับโลกอื่นๆ
เช่นปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศของโลกเป็นต้น
และว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วอาจพูดได้ว่า จีนต้องการสหรัฐมากกว่าที่สหรัฐต้องพึ่งพาจีน
แต่มาในขณะนี้จะเห็นได้ชัดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองเป็นในลักษณะของการพึ่งพาซึ่งกันและกันมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางเศรษฐกิจ
รับฟังรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณจำเริญ
ตัณฑ์สมบุญ