มีรายงานว่า องค์การอวกาศของญี่ปุ่นกำลังมีแผนการ
ที่จะสร้างสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศในเวลา 20 ปีข้างหน้า
ด้วยความหวังว่า
จะผลิตกระแสไฟฟ้าโดยสิ้นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนถูกกว่าแหล่งการผลิตบนโลก
เมื่อเร็วๆ นี้
องค์การสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น ประกาศแผนการที่จะสร้างสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในวงโคจรนอกชั้นบรรยากาศของโลก
ฟังแล้วอาจเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่องค์การอวกาศญี่ปุ่นตั้งใจทำจริง
รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งเลือกกลุ่มบริษัท
และคณะนักวิจัยที่จะมาทำงานในโครงการมูลค่า 21,000
ล้านดอลล่าร์นี้ให้สามารถผลิตพลังงงานสะอาดได้อย่างไม่จำกัด
โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะให้ความฝันนี้เป็นจริงขึ้นมาเริ่มงานได้ภายในปีพุทธศักราช
2573 หรือในอีกราว 20 ปีข้างหน้า
การที่ญี่ปุ่นมีแหล่งทรัพยากรพลังงานน้อย
และต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้าจากต่างประเทศอย่างมาก ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นำรายหนึ่ง
ในการทำงานด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานยั่งยืนแบบอื่นๆ
และปีนี้ญี่ปุ่นก็ตั้งเป้าหมายใหญ่ไว้ ในเรื่องการลดการก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกด้วย
แต่แผนการที่ห้าวหาญที่สุดนั้น คือ
ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ในอวกาศดังที่กล่าวมา
ระบบดังกล่าวจะมีจานหรือแผงรับแสงอาทิตย์ขนาดยักษ์
เป็นเนื้อที่หลายตารางกิโลเมตร อยู่ในวงโคจรสถิตย์นอกชั้นบรรยากาศที่หุ้มห่อโลกออกไป
และส่งกระแสไฟฟ้ากลับมายังโลกโดยการใช้ลำแสงเลเซอร์หรือคลื่นไมโครเวฟ นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า
เซลรับแสงอาทิตย์ในอวกาศจะสามารถเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ไว้ได้มาก หรือเข้มขันกว่าการรับบนโลกราว
5 เท่า
นักวิจัยที่ Mitsubishi Heavy Industries กล่าวว่า
ด้วยเหตุที่พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดและเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ไม่รู้จักหมด
จึงเชื่อว่ระบบนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและลดการก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
ที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทำให้เกิดสภาพโลกร้อนได้
ความท้าทายยากลำบาก
ซึ่งรวมทั้งการขนส่งลำเลียงวัสดุก่อสร้างขึ้นไปในอวกาศนั้น
อาจดูเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารยิ่ง แต่ญี่ปุ่นเริ่มดำเนินงานโครงการนี้มาตั้งแต่ปี
2541 หรือกว่า 10 ปีมาแล้ว
และในเดือนที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการและการพานิชย์
กับกระทรวงวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นก็ได้ดำเนินงานก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง
โดยเลือกบริษัทไฮเท็คยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นหลายบริษัทมาร่วมโครงการ โดยจัดตั้งเป็นสถาบันวิจัยขึ้นมาคือ
สถาบัน The Institute for Unmanned Space Experiment Free Flyer ซึ่งมีบริษัทมิทสุบิชิอีเล็กทริค NEC
ฟูจิตสึ และ Sharp รวมอยู่ด้วย
การดำเนินงานขั้นต่อไปก็คือ
ในราวปี 2563 หรืออีกราว 10 ปีจากนี้
จะมีการส่งโครงสร้างแผงรับแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่มีความยืดหยุ่น ขึ้นไปทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าขีดความสามารถ
10 เมกะวัต ตามด้วยต้นแบบระบบที่มีขีดความสามารถ 250 เมกะวัต
และในที่สุดจะเริ่มโครงการเต็มที่ขีดความสามารถ 1 กิกกะวัต หรือ หนึ่งพันล้านวัต
ซึ่งพอๆ กับขีดความสามารถของโรงไฟฟ้าปรมาณูขนาดกลาง ตามเป้าหมายในปี 2573 ซึ่งคาดว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าที่ญี่ปุ่นจ่ายอยู่ในปัจจุบัน
6 เท่า