ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศวิทยาเตือนว่า
ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า El Nino ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุทกภัย
ไฟป่าและความแห้งแล้งนั้น
อาจกำลังจะเกิดขึ้นอีกทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
El Nino เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของกระแสอากาศ
กับกระแสน้ำในมหาสมุทรทั้งบนผิวพื้นและใต้มหาสมุทร โดยจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำในด้านานตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ กระแสลมตะวันออกอ่อนกำลัง กระแสลมพื้นผิวเปลี่ยนทิศทาง
พัดจากอินโดนีเซียและออสเตรเลียตอนเหนือไปทางตะวันออก
ก่อให้เกิดฝนตกหนักและแผ่นดินถล่มในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และยังก่อให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลียตอนเหนือ
การที่เกิดไฟใหม้ป่าอย่างรุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย
ก็เป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญเช่นกัน
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาสหรัฐเตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงเดิอนสิงหาคม
เนื่องจากน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกสะสมความร้อนเป็นเวลาหลายเดือนจนทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติ
ในขณะที่นักวิจัยในออสเตรเลียเห็นด้วยว่า
หากแนวโน้มสภาพอากาศบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกยังเป็นเช่นนี้ต่อไป
ก็มีโอกาสที่ปรากฎการณ์เอลนีโญ่จะเกิดขึ้นได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเกษตรกรในออสเตรเลีย และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศาสตราจารย์ Matthew England ผอ.ศูนยวิจัยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ แห่งมหาวิทยาลัย New South Wales กล่าวว่าอินโดนีเซียอาจจะมีฝนตกลดลงมากเนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ่
ผู้เชี่ยวชาญผู้นี้บอกว่า อินโดนีเซีย และออสเตรเลียจะได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักกว่าประเทศอื่นๆ
และอาจจะเกิดความแห้งแล้งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รวมทั้งอาจเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ในอินโดนีเซียดังที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต สำหรับปรากฎการณ์เอลนีโญ่ครั้งใหญ่ที่สุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี
1997 ซึ่งส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งอย่างหนัก ในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย
รวมทั้งเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเปรูและเอกัวดอร์ นอกจากนี้เอลนีโญ่ยังอาจทำให้เกิดฝนตกในสหรัฐและส่งผลต่อฤดูมรสุมในอินเดียด้วย
โดยปีไหนที่เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ่ขึ้นนั้น มีแนวโน้มว่าจะเกิดพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกมากขึ้น
ในขณะที่พายุที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกจะลดลง