รายงานของรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับผลการศึกษาวิจัยเรื่อง
“ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกในสหรัฐ” ที่ออกมาในสัปดาห์นี้
ยืนยันว่าการที่อุณหภูมิทั่วโลกสูงขึ้นนั้นมีสาเหตุจากกิจกรรมของมนุษย์เราเป็นส่วนสำคัญ
ขณะที่กลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย
แสดงความยินดีต้อนรับรายงานดังกล่าวนั้นบรรดานักการเมืองแนวอนุรักษ์นิยมเห็นว่า เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามา
รายงานของรัฐบาลสหรัฐ
คาดทำนายว่าจะมีคลื่นความร้อน และพายุรุนแรงหนักหน่วงขึ้น และเมืองท่าสำคัญๆ
ของสหรัฐโดยเฉพาะบริเวณอ่าวเม็กซิโก ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของสหรัฐ
และเป็นท่าขนส่งน้ำมันนำเข้าและสินค้าต่างๆ
จะถูกคุกคามจากการที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกล่าวว่า
รายงานนั้นยืนยันผลการศึกษาก่อนๆ และออกมาในช่วงที่เหมาะ
ขณะที่จะมีการออกเสียงในรัฐสภาเกี่ยวกับร่างรัฐบัญญัติพลังงานสะอาด และความมั่นคงในสัปดาห์หน้า
และฝ่ายต่างๆ กำลังจับตาดูว่าสหรัฐจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Carter Roberts ประธานกองทุน World Wildlife Fund กล่าวว่า
งานสำคัญลำดับแรกๆ คือการลดการตัดไม้ทำลายป่า และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เขากล่าวว่า
การมีกฏหมายที่เหมาะสม จะเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจใหม่สำหรับสหรัฐ และจะเป็นการกระตุ้นให้มีการประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม
รายงานที่จัดทำขึ้นอย่างไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย
ถูกทักท้วงจากทางฝ่ายอนุรักษ์นิยม David Kreutzer นักวิเคราะห์การเมืองที่มูลนิธิ Heritage Foundation กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่า
รายงานนี้มุ่งที่จะสร้างความสนับสนุน สำหรับนโยบายของประธานาธิบดีโอบามาและการออกเสียงในรัฐสภา
ซึ่งเขาคิดว่า คงจะไม่ทำให้มีการเปลี่ยนใจในการออกเสียง David Kreutzer กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายและความสูญเสียในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จะสูงกว่าค่าใช้จ่ายและความสูญเสียในการรับมือกับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ
รายงานนี้
จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานรัฐบาล 13 หน่วยงาน ตลอดจนมหาวิทยาลัย
และสถาบันวิจัยต่าง ๆ
คณะนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จะขยายตัวต่อไป หากไม่มีการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
และอนาคตนั้นขึ้นอยู่กับการดำเนินการในตอนนี้