รัฐบาลไทยกำลังกำหราบปราบปรามการจำหน่ายสินค้า ที่ลอกเลียนแบบของคนอื่นอย่างเช่นภาพยนต์
และเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่การดำเนินการดังกล่าวถูกต่อต้าน
การละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรของคนอื่นนี้ เป็นกิจการที่ทำเงินได้นับพันๆ
ล้านเหรียญสหรัฐในเอเชียและภาคพื้นแปซิฟิก เพราะอุปทานด้านภาคบันเทิงและซอฟท์แวร์ราคาถูกรุ่นใหม่เอี่ยมเป็นตัวกระตุ้น
ที่ย่านพัฒน์พงศ์นั้น
ไน้ทบาซาร์เป็นแหล่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และชาวกรุงเทพมหานครได้อย่างชะงัด
เพราะสินค้าหลักเป็นประเภทที่ลอกเลียนแบบของคนอื่นเขา มาตั้งแต่แผ่นเสียง และเทปไปจนถึงเสื้อผ้าอาภรณ์สวยๆ
ซึ่งขายในราคาถูก
แต่รัฐบาลไทยโดนแรงกดดันหนักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐ
ให้ควบคุมเหนี่ยวรั้งเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรของคนอื่นนี้
สำนักงานของผู้แทนการค้าอเมริกันระบุว่า
ในเอเชียและภาคพื้นแปซิฟิกนี้ จีน รัสเซีย อินเดีย อินโดนีเซียและปากีสถานเป็นประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์
ด้านทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นมากที่สุด
ในปีนี้ ผู้แทนการค้าอเมริกันบรรจุชื่อประเทศไทย ไว้ในบัญชีรายชื่อประเทศที่ประสบความล้มเหลวในการควบคุมเหนี่ยวรั้งการละเมิดดังกล่าว
พันธมิตรทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่า สมาชิกของพันธมิตรสูญเสียรายได้ไปสี่ร้อยกว่าล้านเหรียญสหรัฐในประเทศไทย
เมื่อปีพุทธศักราช 2550 เพราะเรื่องการลอกเลียนซอฟท์แวร์ วิดีโอ เกมส์
ดนตรีและภาพยนต์โดยผิดกฎหมาย
รัฐบาลไทยเริ่มการกำหราบปราบปรามเรื่องนั้นเมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีย่านพัฒน์พงศ์รวมอยู่ในหมู่เป้าหมายรุ่นแรก
เมื่อเจ้าหน้าที่ยึดสินค้าที่ต้องสงสัย พวกพ่อค้าแม่ค้าพากันต่อต้านขัดขืน
พ่อค้ารายหนึ่งที่ไม่ประสงค์จะออกนามกล่าวไว้ตอนนี้ว่า "ตำรวจมายึดของทุกอย่างไป
ของเหล่านั้นเป็นของลอกเลียนเสีย 10-20 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นของแท้
แต่คนที่มายึดเป็นทหาร ไม่ใช่ตำรวจ เขายึดของทุกอย่างในร้านของผมไป"
พันธมิตรธุรกิจซอฟท์แวร์
ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศกะประมาณว่า
การลอกเลียนซอฟท์แวร์อย่างเดียวทำให้สูญเสียรายได้ หนึ่งพันห้าร้อยกว่าล้านเหรียญสหรัฐ
ในเอเชียและภาคพื้นแปซิฟิกเมี่อปีที่แล้ว
แต่รัฐบาลของหลายประเทศกำลังเล่นงานการค้าผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง
คุณ เจฟเฟอร์รี เจ ฮาร์ดี
ผู้อำนวยการของพันธมิตรธุรกิจซอฟท์แวร์ประจำเอเชีย และภาคพื้นแปซิฟิกกล่าวไว้ตอนนี้ว่า
"ในกรณีอย่างเช่นประเทศไทย ถ้าปริมาณด้านการลอกเลียนแบบลดลง 10 จุด ย่อมหมายถึงว่า
ผลผลิตมวลรวมของไทย จะสูงขึ้นอีกหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐ
ราวครึ่งหนึ่งของเงินจำนวนนั้น จะคงอยู่ในประเทศไทย และอาจช่วยสร้างงานใหม่ๆ ให้คนทำได้หลายพันคนและทำให้รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้นอีก
55 ล้านเหรียญสหรัฐ"
รัฐบาลไทยลั่นวาจาว่า จะปราบปรามเรื่องนั้นต่อไป
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเป็นแกนนำในเรื่องนั้น บอกปัดเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าร้องเรียนว่า
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแบบบุ่มบ่าม แต่กล่าวว่ากระทรวงพาณิชย์จะหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดความวุ่นวายอย่างที่เคยเกิดที่ย่านพัฒน์พงษ์
ในขณะที่รัฐบาลชักจูงให้ชุมชนให้ความสนับสนุน การกำหราบปราบปรามสินค้าลอกเลียนเหล่านั้น
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลไทยหวังว่าการกำหราบปราบปรามสินค้าลอกเลียนแบบอย่างที่ย่านพัฒน์พงษ์
จะทำให้ผู้แทนการค้าอเมริกันมองเห็นว่ารัฐบาลเอาจริงในเรื่องนี้มากแค่ไหน?
รัฐบาลไทยกำลังร่างกฎหมาย เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาฉบับใหม่
ซึ่งจะรวมถึงการลงโทษเจ้าของที่อย่างหนัก ถ้าปล่อยให้ผู้เช่าที่จำหน่ายสินค้าที่ลอกเลียนแบบของคนอื่นโดยผิดกฎหมายนั้นด้วย
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าก็นำเรื่องการกระทำของรัฐบาลไทย ไปร้องเรียนต่อสมาคมทางกฎหมายของไทย นายกของสภาทนายความแห่งประเทศไทย เดชอุดม
ไกรฤทธิ์กล่าวว่าการกระทำของรัฐบาลไทย ที่ย่านพัฒน์พงษ์นั้นไม่สมควร และว่าบริษัทที่โดนกระทบกระเทือนต่างหาก
หาใช่รัฐบาลไทยไม่ ที่จะต้องเริ่มดำเนินการทางกฎหมาย ต่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าผู้ละเมิดเครื่องหมายการค้า
แต่รัฐบาลไทยโต้ว่า การดำเนินการของรัฐบาลนั้นชอบแล้ว และเป็นเรื่องที่สำคัญไม่เฉพาะแต่ในด้านการสนองตามบทบัญญัติของกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น
แต่ยังเป็นการคุ้มครองอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย ซึ่งสูญเสียรายได้เนื่องจากการลอกเลียนนี้
ทั้งที่ประเทศไทยและในต่างประเทศด้วยเช่นกัน