เต่าทะเลสีเขียวที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ กำลังต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้รอดชีวิตในทะเลฮ่องกงแม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิด
ในขณะที่รัฐบาลฮ่องกงก็กำลังพยายามฟื้นฟูจำนวนประชากรเต่าทะเลสีเขียวให้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เกาะฮ่องกง
ศูนย์กลางการค้าที่จอแจของเอเชียดูเหมือนไม่ใช่สถานที่ที่จะมีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อาศัยอยู่แต่อย่างใด
แต่เต่าทะเลสีเขียวยังคงอาศัยอยู่ในบริเวณน่านน้ำรอบๆเกาะการค้าแห่งนี้อยู่ เมื่อเร็วๆนี้
คุณ Gina Miller มีโอกาสพายเรือแคนนูไปบริเวณใกล้ๆเกาะแลมม่า
หนึ่งในเกาะเล็กเกาะน้อยมากกว่า 200 เกาะที่ประกอบกันเป็นฮ่องกง
และสังเกตุพบเต่าทะเลสีเขียวตัวหนึ่งซึ่งเป็นพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที
คุณ Miller
เล่าว่าเธอมองและตระหนักได้ว่านั่นคือเต่าทะเลสีเขียว
ไม่เคยมีใครพบสัตว์หายากพันธุ์นี้มานานแล้ว
แต่เพียงพริบตาเดียวเต่าตัวนั้นก็ดำน้ำหายไป
เต่าทะเลสีเขียวซึ่งได้ชื่อตามสีของตัวมันเอง
ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ของสหภาพอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศเมื่อ
5 ปีที่แล้ว เต่าพันธุ์นี้มีแหล่งพำนักอาศัยในประเทศต่างๆมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
และสามารถพบเห็นได้ในน่านน้ำของประเทศเขตร้อน และตอนใต้เขตร้อนราว 140 ประเทศ
เต่าทะเลสีเขียวเมื่อโตเต็มที่อาจมีน้ำหนักมากกว่า 150 กิโลกรัม โดยแหล่งที่มีเต่าทะเลพันธ์นี้อาศัยอยู่มากที่สุดได้แก่
ประเทศคอสตาริกา และแถบแนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef ในออสเตรเลีย
สำหรับที่ฮ่องกงนั้น มีเต่าทะเลสีเขียวอาศัยอยู่ไม่มากนัก
และกำลังลดจำนวนลงเมื่อแหล่งที่อยู่ของเต่าเหล่านั้นยังคงถูกคุกคาม
คุณ Gina Miller บอกว่าเธอมักจะเห็นเรือจับปลา และเรือยาชท์ลอยลำอยู่บริเวณทางใต้ของเกาะแลมม่าซึ่งเป็นเขตปกป้องพันธุ์เต่าทะเลสีเขียว
ซึ่งเธอแปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่มีใครพยายามกันเรือเหล่านั้นออกจากพื้นที่ดังกล่าว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูวางไข่ อย่างไรก็ตาม คุณ K.S. Cheung เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าชายเลน
และพันธุ์สัตว์ของกระทรวงการเกษตร การประมงและการอนุรักษ์ฮ่องกง กล่าวว่าที่ผ่านมา
ได้มีการรักษาความปลอดภัยบริเวณเขตปกป้องพันธุ์เต่าทะเลสีเขียวเป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ
และได้มีการกำหนดพื้นที่หาด Sham wan บนเกาะแลมม่าเป็นเขตอนุรักษ์เพื่อให้เต่าทะเลสีเขียวขึ้นไปทำรังและวางไข่
โดยประชาชนทั่วไปไม่สามารถลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้โดยเฉพาะในช่วงฤดูการวางไข่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม
เต่าทะเลสีเขียวในฮ่องกงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ
ทั้งมลพิษ การพัฒนา การดำน้ำและเรือเร็วล้วนเป็นอันตรายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม คุณ
K.S. Cheung เผยว่าภัยคุกคามสำคัญที่สุดของเต่าพันธุ์นี้ที่ฮ่องกงก็คือ
การถูกจับไปเป็นอาหารนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นไข่เต่าหรือตัวเต่า
ที่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เนื้อเต่าถือได้ว่าเป็นอาหารบำรุงสุขภาพอันโอชะ
ในขณะที่ชาวประมงยากจนในฮ่องกงจำนวนมากพึ่งพาเต่า และไข่เต่าเป็นอาหารในช่วงที่ขาดแคลน
นอกจากนี้ ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย
ก็นิยมบริโภคเนื้อเต่าทะเลสีเขียวเช่นกัน องค์กรอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ Earthtrust ประเมินว่าปัจจุบันมีเต่าทะเลสีเขียวเพศเมียวัยผสมพันธุ์อยู่ไม่ถึง
2 แสนตัวทั่วโลก ในขณะที่การวางไข่ทำได้น้อยลง
เพราะตามธรรมชาตินั้นเต่าทะเลจะต้องกลับไปวางไข่ตามชายหาดที่สร้างรังไว้
แต่เมื่อหาดถูกเกลี่ยกลบ เต่าก็ไม่สามารถวางไข่ได้ คุณ Cheung บอกว่าขณะนี้รัฐบาลฮ่องกงกำลังพยายามเพิ่มจำนวนเต่าทะเลสีเขียวในน่านน้ำฮ่องกง
โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วรัฐบาลได้ปล่อยลูกเต่าทะเลสีเขียวมากกว่า 60 ตัวที่ผ่านการฟักตัวในห้องทดลองออกสู่ธรรมชาติ
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์มีข้อกำหนดห้ามขายเนื้อหรือไข่รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ
ที่ผลิตจากเต่าทะเลสีเขียวเด็ดขาด
ซึ่งบรรดานักอนุรักษ์ในฮ่องกงต่างหวังว่าความพยายามดังกล่าว จะช่วยชีวิตและช่วยเพิ่มจำนวนเต่าทะเลสีเขียวในฮ่องกงและทั่วโลกได้