คุณ Paul Cooper เล่าให้ฟังถึงเมื่อครั้งยังเป็นตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตัน  ปฏิบัติหน้าที่เป็นจราจร กั้นถนนให้ขบวนรถของประธานาธิบดี Ronald Reagan แล่นผ่านในวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง  ครั้นพอรถที่นั่ง แล่นมาถึงตรงหน้าคุณพอล  ประธานาธิบดีเรแกน  ซึ่งนั่งอยู่ตอนหลังรถ  ก็หันหน้ามามองสบตาคุณพอล  พร้อมทั้งยกมือตะเบ๊ะขอบใจ

คุณพอลตอนนั้น  ไม่คาดคิดว่า ประธานาธิบดีเรแกน จะยกมือตะเบ๊ะตน เลยตกใจยืนตัวแข็ง ไม่ทันได้ยกมือตะเบ๊ะตอบขอบคุณท่านประธานาธิบดีกลับไป  ทำให้รู้สึกเสียใจอยู่หลายปี  จนกระทั่งเมื่อประธานาธิบดีเรแกนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 5 ปีก่อน  คุณพอลถึงได้มีโอกาสพาลูกๆ  ไปคารวะและทำวันทยาหัตถ์  เคารพศพ สมกับที่ได้ตั้งใจไว้ตลอดเวลา 23 ปีที่ผ่านมา

 คุณพอลเอง  เกษียณจากกองตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตันมาได้ 12 ปีแล้ว  เนื่องจากได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่   แต่ก็ไม่เคยละทิ้งความตั้งใจช่วยเหลือประชาชน และสังคม 

คุณพอลเล่าว่า เขาอยากเป็นตำรวจหรือพนักงานดับเพลิงมาตั้งแต่เล็กๆ เขาจำได้ว่า เมื่อเล็กๆ ตอนที่อยู่มลรัฐมิชิแกน  ค่ำวันหนึ่ง อากาศหนาวหิมะตก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเคาะประตูบ้าน  รูปร่างสูงใหญ่  ท่าทางองอาจกล้าหาญ  พร้อมทั้งขับรถตำรวจคันใหม่เอี่ยม  ทำให้คุณพอลรู้สึกประทับใจมาก  พอโตขึ้น เลยไปสมัครเข้าโรงเรียนนายตำรวจ

คุณพอลบอกว่า ต้องเริ่มด้วยการไปสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนนายตำรวจนครบาล เป็นเวลาหลายเดือน   โดยต้องเรียนกฏหมาย  ระเบียบข้อบังคับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  กระบวนการชั้นศาล  ระเบียบการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย  สมรรถนะในการขับรถ   การใช้อาวุธปืน  การกู้ชีพ และการป้องกันตัว

หลังเรียนจบแล้ว   คุณพอลได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจ ประจำเขตทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงวอชิงตัน  จากนั้นก็ไปประจำในเขตต่างๆ  รวมทั้งอนุสาวรีย์ประธานาธิบดีลินคอล์น  และมหาวิทยาลัยจอร์ชทาวน์  ไม่นาน ก็ได้รับเลื่อนตำแหน่งไปอยู่หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทำหน้าที่สอบสวนคดีฆาตกรรมที่สืบเนื่องมาจากการค้ายาเสพติด  ในช่วงที่กรุงวอชิงตัน  กำลังมีปัญหายาเสพติด

คุณพอลบอกว่า  เวลามีอันตรายเกิดขึ้น  ธรรมชาติของคนเราก็คือ ต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดให้พ้นอันตราย  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานดับเพลิง กลับวิ่งเข้าไปหาอันตราย  ไม่ว่าจะเป็นเหตุฉุกเฉิน คดีอาชญากรรม หรือสถานที่เกิดเพลิงไหม้  เนื่องจากมีความต้องการจะช่วยเหลือผู้อื่นเขาเล่าวว่า บางครั้ง  ก็ต้องกัดฟันเดินเข้าไปหาภัย  ในที่ที่ไม่อยากเดินเข้าไป เหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดกรมกองตำรวจต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าที่ไหนก็ต้องเสี่ยงอันตรายเหมือนกันทั้งนั้น 

คุณพอลสรุปท้ายว่า  สมัยก่อน  ตำรวจเมืองใหญ่เท่านั้น ที่ต้องเสี่ยงอันตราย  แต่สมัยนี้ ตำรวจทุกที่ ต้องเสี่ยงอันตรายเหมือนกันทั้งนั้น  เป็นตำรวจ ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา  คุณพอล ขอให้พี่น้องผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ทางเมืองไทย  ระวังรักษาตัวไว้ให้ดี