โรค Alzheimer’s หรือที่เรียกกันว่าโรคสมองเสื่อม
หรือสมองฝ่อ กำลังเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น
โดยเฉพาะในประเทศที่ประชากรมีอายุสูงขึ้นโดยเฉลี่ย Alzheimer’s เป็นโรคที่น่ากลัวมากโรคหนึ่งของผู้สูงอายุ
เพราะผู้ที่เป็นโรคนี้จะขาดการติดต่อกับโลกแห่งความเป็นจริง
เมื่อเร็วๆนี้ มีรายงานผลการวิเคราะห์เผยแพร่ออกมาที่กล่าวว่า
โอกาสที่จะเป็นโรคนี้ลดน้อยลง
ถ้าผู้สูงอายุมีความรู้สึกว่าตนยังมีความมุ่งหมายในชีวิต
นักประสาทวิทยา Aron
Buchman กล่าวว่า เมื่อคนเรามีอายุสูงขึ้น โอกาสเสี่ยงที่จะเป็น Alzheimer’s
ก็เพิ่มขึ้นไปด้วย และผู้ที่เป็นโรคนี้ นอกจากจะถูกจำกัดในด้านความเป็นอยู่และความเป็นอิสระแล้ว
อาการของโรคที่สำคัญคือการสูญเสียการรับรู้ หรือความเข้าใจ
และในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเข้าใจโรค
เพื่อหาวิธีบำบัดรักษา นักวิจัยผู้นี้ตั้งประเด็นขึ้นมาว่า การมีความรู้สึกว่าชีวิตมีความมุ่งหมาย
จะมีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อโรค Alzheimer’s เพราะเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า
ความรู้สึกเช่นนี้เกี่ยวโยงกับสุขภาพของคนเราในเชิงบวก
นักประสาทวิทยา Aron
Buchman อธิบายว่า ผู้ที่มีความมุ่งหมายในชีวิตสูง
ความเสี่ยงที่จะถึงแก่กรรมลดน้อยลง ความเสี่ยงที่จะเกิดการทุพพลภาพก็ลดลงด้วย และยังคงการเคลื่อนไหวร่างกายไว้ได้ดีกว่าคนอื่นๆ
นักวิจัยผู้นี้และเพื่อนร่วมงานที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย
Rush
ในนครชิคาโก
ได้ดำเนินการประเมินความมุ่งหมายของชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุ 900 คน คนกลุ่มนี้มีอายุโดยเฉลี่ย 80 ปี
นอกจากจะต้องแสดงความคิดเห็น ต่อข้อความในแบบสอบถาม
อย่างเช่น “ข้าพเจ้ามีความรู้สึกดีเมื่อคิดถึงสิ่งที่ได้ทำในอดีต
และที่หวังว่าจะได้ทำในอนาคต” แล้ว ยังมีการตรวจสุขภาพอาสาสมัครสูงอายุเหล่านี้
เพื่อดูว่ามีอาการของโรค Alzheimer’s และโรคจิตเสื่อมหรือ
Dementia หรือไม่เป็นประจำทุกปี
นักวิจัย Aron Buchman พูดถึงผลการวิจัยนี้ว่า
ผู้ที่มีความมุ่งหมายในชีวิตอย่างสูงตั้งแต่เริ่มต้นงานวิจัยมีความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการโรคสมองเสื่อมน้อยกว่า
ผู้ที่มีความมุ่งหมายในชีวิตต่ำกว่า ถึงสองเท่าครึ่ง
ทำให้ดูเหมือนว่าการมีความมุ่งหมายในชีวิตสูง มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้เมื่ออายุสูงขึ้น
นักประสาทวิทยาผู้นี้สรุปว่า
วิธีหนึ่งที่จะป้องกันอาการโรค Alzheimer’s
และโรคจิตเสื่อมน่าจะเป็นการทำให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกว่า
ตนมีความมุ่งหมายในชีวิต ซึ่งอาจจะเป็นการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุไปทำงานเป็นอาสาสมัคร
ไม่อยู่เฉยๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยบำรุงสุขภาพทั้งทางร่างกาย และจิตใจในขณะนี้เท่านั้น
แต่ยังจะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านี้ มีส่วนร่วมและแข็งขันต่อไปในอนาคตได้ด้วย
